More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  ไงพรรคพวกMORGAN......555...PhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community

ไงพรรคพวกMORGAN......5555 [นายเวิลด์]

View space
Noo_Prae
View space
B e s T -
View space
หนิงนะจาน
View space
Mai 53 club
View space
´´pHaiyOk•KAtO´´
View space
ควายยิ้มได้ด้วย
View space
kuuipo!
View space
Blacktiger Designer
View space
poth
View space
raquelhz58
View space
(no name)
View space
_PJ_
View space
KA
View space
(no name)
View space
☆amzmy☆
View space
"MoMo"
View space
[ L] story <3
View space
- Kratae -
View space
- ipeam -
View space
・。☆・ⓝⓨⓜⓟⓗ ・☆。・
View space
ding
View space
-B-a-L-L-
View space
nUi_l3al3ii
View space
¤ ρløчž ¤
View space
SAI ZINE SAND !!!!!!!
View space
('o',)PinOkiO('o',)
View space
MeePooH
View space
มีที่พักและความรักไว้รอเธอ เสมอ

August 24

เปิดประตูที่ปิดตาย

เปิดประตูห้องเล็กในโลกแคบ
มีไออุ่นอิงแอบแนบสนิท
มีหน้าต่างบานหนึ่งซึ่งใกล้ชิด
กับโลกกว้างแห่งความคิดชีวิตฝัน

ในโลกกว้างมีรอยทางระหว่างก้าว
ในรอยเท้ามีรอยมุ่งอันหมายมั่น
ในห้องเล็ก คือโลกใจแห่งวัยวัน
ที่แบ่งปันฝันเอื่อเพื่อโลกกว้าง 

Image and video hosting by TinyPic

June 18

ความเป็นของVESPA

ประวัติเวสป้า
ตอนสิ้นสุดสงครามโรงงานส่วนใหญ่ไม่สามารถที่จะผลิตอะ ไรได้ถนนและรางรถไฟถูกทำลายเรือต่าง ๆ ถูกทำลาย Tuscany มีร่องรอยมากมายจากสงครามรวมทั้งโรงงานของ Piaggio ที่เมือง Pontedera"Piaggio ถูกตั้งที่ Seastri Ponente ในเมืองเจนัวประเทศอิตาลีในปี ค.ศ.1881และเจริญเติบโตจนประสบผลสำเร็จภายใต้การผลัก ดันของ Rinaldo Piaggio ลูกค้าของ Enrico ผู้ทำธุรกิจผลิตชิ้นส่วนของเรือด้วยความตั้งใจที่จะแ สดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมทางเทคโนโลยี Rinaldo พยายามขยายส่วนของเขาออกไปจากการผลิตส่วนประกอบเรือ เขาจึงคิดเริ่มผลิตรางรถไฟรถไฟ ปีค.ศ.1917 เขาได้เข้าทำกิจการต่อจากคนอื่นในการทำโรงงานผลิต เรือเร็วที่ Finale Ligune and Pisa ขณะที่มีสงครามลูกชายของเขาสองคนคือ Anmando และ Enrico ได้แบ่งกันทำธุรกิจ Anmando ควบคุม และจัดการ โรงงานที่ Sestri and Finale ส่วน Enrico ดูแลโรงงาน Tuscan ของ Pisa และPontedera หลังสงคราม โลกครั้งที่ 2 เหลือแต่โรงงาน Finale Ligure และบางส่วนของ SestriGenoa เท่านั้นความคิดดั้งเดิม Enrico จึงได้ตัดสินใจที่จะหยุดการผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินที ่ยาก และเป็น งานซับซ้อนหันมาผลิตเครื่องยนต์แบบง่ายในแบบ Four - Part P 108 ให้กับรถเวสป้า ที่โรงงาน Pontedera ซึ่งเคยผลิต radial engine (สำหรับเครื่องบิน) ซึ่งทำลายสถิติที่ทำไว้แล้ว 21 ครั้งก่อน นาย Enrico ยังเห็น ภาพการปรักหักพังที่เกิดขึ้นสงครามติดตาอยู่เขาเข้าใ จว่าการจะแข่งขันกับ North American Company เป็นเรื่องยาก เขาจึงคิดที่จะนำคนงานที่เคยเป็นหัวหน้าคนงานคนนั้นก ลับมาด้วยการที่มีเครื่องยนต์ พิเศษเหลืออยู่เพียงน้อยนิด จึงเกิดความคิดที่สร้างยานพาหนะเล็ก ๆไว้เดินทางขนส่งและสำรวจใน โรงงานคือ MP5 หรือโดนัลดัค ซึ่งในรุ่นนี้ทำจากซากชิ้นส่วนของเครื่องบินดังนั้นร ูปร่างมันจึงมีความน่าเกียจมากกว่าน่ารักอย่างเดียวก ับที่พวกคนงานในโรงงานเรียกเพราะมันมีรูปร่างแปลก ๆ มันคือ Scooter รถจักรยานยนต์คันเล็ก ๆ ที่มีล้อต่ำ ๆ ช่วยต่อการขับขี่ไม่สิ้นเปลืองน้ำมันและราคาไม่แพง Enrico เห็นว่ารถจักรยานยนต์ใหม่ของเขาจะต้องทำให้คนอิตาลีห ันมาขี่กันทั้งประเทศอิตาลีทั้งๆที่ประเทศอิตาลียังค งมีแต่ซากปรักหักพังและน้ำมันขาดแคลน CorradinoD'Ascanio ได้เป็นวิศวกรผู้ทำการออกแบบ และในเดือนธันวาคมปีค.ศ.1945.รถเวสป้ารุ่น MP6 ก็ถูกผลิตออกมาด้วยองค์ประกอบหลายอย่างที่สะดวกสบาย มีล้ออะไหล่ซึ่งขับขี่แบบง่ายๆถ้าในเวลาขับขี่รถติดก ็มีที่กำบังกันน้ำกระเด็นใส่จึงทำให้ประชาชนในประเทศ อิตาลีเริ่มรู้จักรถจักรยานยนต์แบบ Scooter เมื่อ Enrico ได้ฟังเสียงรถ MP6 เขาร้องออกมาว่า"มันเหมือนตัวต่อ ร้องเลย"ตั้งแต่นั้นมา Enrico ก็เลยให้ชื่อเสียงเรียงนามเรียกรถนี้ว่า Vespa ซึ่งแปลว่าตัวต่อในเดือนเมษายน ปี ค.ศ.1946 Piaggio และ บริษัทของเขา ได้หยิบเอา ความคิดที่ดีออกมาใช้ในการออกแบบ จากนั้นปีต่อ ๆ มาจึงผลิตรถเวสป้าในปีหนึ่งนั้น จะผลิตรถ vespa ออกมาหนึ่งรุ่นถึงสองรุ่น
Dott. Enrico Piaggio เกิดเมื่อ 22 ก.พ. 1905 เป็นบุตรชายของ Rinaldo Piaggio จบการศึกษาที่ Genoa ทางด้าน Economic และ commerce เข้าร่วมธุรกิจของครอบครัวในปี 1928 ตำแหน่งผู้จัดการโรงงาน Pontedena ภายหลังในปี 1938 พ่อของเขาได้เสียชีวิตลง Enrico จึงได้รับภาระบริหารงานทั้งหมด University of Pisa มอบปริญญาเอกทางด้าน วิศวกรรมให้ Enrico เขาเสียชีวิตลงในปี 1965 หลังจากผลิตรถเวสป้า ส่งขายทั่วโลกครบ 1000000 คัน หลังสงครามโลกครั้งที่2 จบลง โรงงานของ Enrico ถูกทำลายจากาการทิ้งระเบิดของเยอรมัน ในช่วงของการฟื้นฟูเศรษฐกิจการต้องการพาหนะที่ประหยั ดมีมากจึงทำให้ Enrico เกิดความคิดที่จะนำชิ้นส่วนต่างๆ ในโรงงานนี้มาสร้างพาหนะนั้นนะ ที่มีคุณสมบัติระหว่าง Motorbike กับรถยนต์ในเดือนเมษายนปี 1945 Corradino D’Ascanio นักออกแบบในโครงการนี้ได้ ร่างภาพออกมาตัวถัง ทำจากเหล็ก แผ่นที่มีสันกระดูกกลางใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็ก 4-5 แรงม้า วางอยู่ตำแหน่งหลังเพื่อป้องกันการสกปรก ไม่เหมือนกับรถมอเตอร์ไซค์ทั่วๆๆไปที่นั่งมีบังลมป้อ งกันเสื้อผ้าและขาและสิ่งหนึ่งที่เขาบุกเบิกคือ การเปลี่ยนเกียร์ที่คันบังคับจากมือซ้ายและโยงไปยังเ ครื่อง เมื่อ Enrico ได้เห็นแบบร่างในครั้งแรกเขาตั้งชื่อมันว่า Vespa เพราะมีรูปร่างคล้ายๆๆตัวต่อ (Wasp)
Classic Scooter คำว่า "scooter" ที่หมายถึงยานพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์นั้น มีการให้ความหมายกว้างขวางมาก หลายๆคนมองว่า scooter คือยานยนต์ที่มีล้อขนาดเล็ก น้ำหนักเบา สีสรรสดใส และราคาประหยัด จุดเด่นของ scooter ก็คือเพื่อตอบสนองผู้ใช้ที่ไม่มีความรู้ทางช่าง scooter มีการวางจำหน่ายเป็นจำนวนมากในช่วงหลังสงครามโลกครั้ งที่สอง จนกระทั่งเริ่มมีการผลิตรถยนต์ขนาดเล็กราคาถูกออกวาง จำหน่าย ความนิยมในการใช้ scooter จึงลดน้อยลงผู้ครองตลาดการจำหน่าย scooter ในช่วงปี 1950 คือ บริษัทของอิตาลี 2 แห่งคือ piaggio และ innocenti ซึ่งเป็นผู้ผลิต vespa และ lambretta ทำให้เป็นที่อิจฉาของ ผู้ประกอบการรายอื่นทั่วโลก ในขนะที่ยอดจำหน่ายสูงสุดของ scooter จะมีอายุเพียงสองทศวรรษเท่านั้น แต่โดยภาพรวมแล้ว scooter กลับมีอายุยืนนานถึงกว่า80ปี ข้อเขียนนี้เป็นการบรรยายสรุปการผลิต scooter เริ่มตั้งแต่ช่วงปี1900 และปิดท้ายด้วยการคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ในอนาคตขอ ง scooter จุดกำเนิด scooter (scooter origins) พื้นฐานที่สำคัญของ scooter ต่อสาธารณะก็คือการเป็นยานยนต์ส่วนตัวที่มีราคา ประหยัดจากผลของสงครามโลกทั้งสองครั้ง ผลในทางบวกที่เกิดขึ้นก็คือการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่า งรวดเร็ว ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง บริษัทวิศวกรรมทางการทหารมีการขยายตัวอย่างมาก และเมื่อสงครามสงบ จึงเกิดบริษัทวิศวกรรมหลายๆแห่งที่ไม่ต้องทำการผลิตเ พื่อกองทัพอีกต่อไป ดังนั้นบริษัทเหล่านี้จึงหันมามองตลาดยานพาหนะส่วนบุ คคลแทน หลายๆบริษัทได้หันมาพัฒนาประดิษฐ์กรรมที่ต่อมาเรียกข านกันว่า scooter scooter รุ่นแรกๆนั้น ไม่มีการจำหน่ายในปริมาณมาก สาเหตุอาจเป็นเพราะไม่ได้สนองตอบต่อความต้องการในการ เดินทางของผู้คนภายหลังสงคราม และก็เพียงเพื่อต้องการให้มีความแตกต่างกับมอเตอร์ไซ ด์ในยุคนั้นเท่านั้น scooter ในยุคแรกได้รับความนิยมพอสมควร แต่ก็ต้องปิดตัวเองไปในช่วงกลางทศวรรษ 1920 จนกระทั้งสมัยสงครามโลกครั้งที่สองจึงได้เริ่มทำการผ ลิตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อตอบสนองทางการทหาร บริษัทผู้ผลิตในอังกฤษ อิตาลี เยอรมัน และอเมริกา ได้ทำการผลิต scooter แบบธรรมดาๆเพื่อใช้ขนย้ายกองทหารพลร่มและทหารราบ ในอังกฤษมีการผลิตแบบ Welbike ซึ่งสามารถพับเก็บได้ ในอเมริกามีการผลิตแบบ Cushman ฝ่ายเยอรมันก็มี TWN ส่วนอิตาลีก็ทำการผลิตแบบ Volugrafo ซึ่งมีล้อหลังคู่ เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง ผู้คนเริ่มหันมาต้องการใช้ยานยนต์กันอีก บริษัทผู้ผลิตซึ่งต้องทำงานอย่างหนักในช่วงสงครามจึง มีศักยภาพพอที่จะทำการผลิตได้ ผลที่ตามมาก็คือเกิดการประดิษฐ์ scooter รุ่นที่สอง ในอิตาลี บริษัท Piaggio ซึ่งบริษัทผู้สร้างเครื่องบินในสมัยนั้นถูกห้ามทำการ ผลิตในปี 1945 ดังนั้นทางบริษัทตึงหันมาผลิต scooter ขนาดเล็กที่ใช้โครงสร้างตัวถังแบบชั้นเดียวแทน หลังจากผลิตรถรุ่นดังกล่าวได้ประมาณ 100 คัน จากนั้นจึงลงมือผลิตรุ่นที่ใช้ชื่อว่า Vespa (Wasp) ออกมารถรุ่นนี้มีความก้าวหน้ามากทั้งในด้านรูปทรงและ ด้านวิศวกรรม ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นต้นแบบของVespa ที่มีการวางจำหน่ายในท้องตลาดจนถึงกลางทศวรรษ1990 scooter รุ่นแรกที่มีขนาดเครื่องยนต์เพียง 98cc.ต่อมาได้มีการพัฒนาให้มีขนาด 125cc. 150cc.และ 200cc. ตามลำดับ ส่วนบริษัทยักษ์ใหญ่ Innoncenti แห่งมิลาน ได้ทำการเปิดตัวสินค้าด้วย Lambretta M (ต่อมาใช้ชื่อใหม่เป็น Model A)ออกมาในปี 1947 Lambretta ผลิตโดยใช้ตัวถังแบบเปิด(openframe)ทรงหลอด และไม่มีระบบป้องกันสภาพอากาศที่ดีนอกจากนั้นก็ไม่มี ระบบกันกระเทือนอีกด้วย ดังนั้นจึงต้องอาศัยยางในล้อช่วยลดการกระแทก หลังจากนั้นไม่นานLambretta จึงทำการผลิตรุ่น B ออกมาแทน จากจุดนี้เอง ทั้ง Lambretta และ Vespa จึงได้ทำการแข่งขันกันอย่างหนัก เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งในการตลาด อย่างไรก็ตาม Lambretta ยังยึดรูปแบบทรงหลอดอยู่ แต่ในบางครั้งก็มีการเปลี่ยนแปลงจากระบบขับเคลื่อนด้ วยเพลาไปใช้ระบบโซ่ หรือบางทีก็สลับกัน ส่วนทางด้าน Vespa นั้นก็ยังยึดระบบตัวถังแบบเหล็กชิ้นเดียวครอบตัวเครื ่อง และติดตั้งระบบเกียร์ไว้ใกล้ๆกับล้อหลัง การแข่งขันของทั้งสองบริษัทนี้เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆแม้กระทั่งในปัจจุบัน ผู้ใช้ scooter ก็ยังแบ่งเป็นสองกลุ่มอย่างชัดเจน ต้นทศวรรษ 1950 ทั้ง Vespa และ Lambretta สามารถสร้างยอดจำหน่ายได้มากชนิดที่วงการรถสองล้อไม่ เคยมีมาก่อน ด้วยเหตุนี้จึงเป็นผลให้ผูผลิตรถจักรยานยนต์ และยานยนต์ชนิดต่างๆ เกิดการแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้ นผู้ผลิตบางรายจะเน้นที่รูปแบบและเครื่องยนต์ สำหรับบางรายยกเครื่อง scooter ใหม่หมด โดยการเปลี่ยนยานยนต์แบบประหยัด ให้กลายมาเป็นยานยนต์แบบเริดหรูและก้าวไกล ตลาดในขณะนั้นไม่สามารถรองรับความหลากหลายของสินค้าไ ด้ทั้งหมด ทำให้สินค้าบางตัวมีอายุสั้นมาก แม้จะเป็นสินค้าชั้นยอดก็ตาม สินค้าชั้นดีหลายๆชนิดไม่ประสบผลสำเร็จทางธุระกิจเลย จุดตกต่ำของ scooter เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1960 เมื่อผูบริโภคหันหลังไปนิยมใช้รถยนต์ขนาดเล็กที่มีรา คาถูก เช่น Fait 500 และ Fait Mini เป็นต้น ทั้งนี้เพราะป้องกันฝน และอากาศหนาวได้ดีกว่า ส่วนผู้ซื้อ scooter จะมีก็เพียงสมาชิกชมรมต่างๆที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไ ป ในทศวรรษ 1990 scooter ของยุโรปยังมีหลงเหลือให้เห็นได้พอสมควร ทว่าในปัจจุบันผู้ผลิตของญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และอิตาลี กำลังทำการผลิต scooter รุ่นที่สามออกมา โดยมีรูปทรงและภาพพจน์ที่สะดวกสบายต่อการขนส่ง มีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และเสริมสีสรรที่โฉบเฉี่ยว เพื่อดึงดูดลูกค้าวัยรุ่นฐานะปานกลาง จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าอนาคตของ scooter จะเป็นอย่างไรต่อไป
 
Image and video hosting by TinyPicImage and video hosting by TinyPic
March 06

ขอใครสักคน..บนหนทาง

วุ่นวายสับสน…
กับผู้คนบนโลกกว้าง
ชีวิตหนึ่งกลับพบเจอความอ้างว้าง
ณ หนทางที่ลาล้าง..กำลังใจ

มองความเคลื่อนไหวแต่ละชีวิต
ให้หวนคิด..ว่าชีวิต..ต่างก็มีจุดมุ่งหมาย
แต่ชีวิตที่ก้าวเดิน..เพียงเดียวดาย
ไร้จุดหมาย..มองข้างกาย..ยังไม่มี

หันหา..ทั้งทางซ้าย..และแลขวา
พยายามมองข้างหน้าเส้นทางนี้
ด้วยหัวใจที่สิ้นหวัง..อย่างริบหรี่
ท้อเหลือเกิน..ใจที่มี…โดยลำพัง

ขาที่เดินเริ่มล้าและหมดแรง
ใจที่มีกับแสดง..ความหวั่นไหว
เส้นทางนี้..ยังคงเหลือ..อีกยาวไกล
ยังไขว่คว้า..หาอีกใจ..มาร่วมทาง

มาเป็นเพื่อน..ร่วมชีวิต..ร่วมฟันฝ่า
เติมแรงใจ..ที่อ่อนล้า..ยามเคว้งคว้าง
คอยปรึกษา..และแนะนำ..ตามเส้นทาง
มาลบล้าง..ความอ้างว้าง..บนทางเดิน

                                                                  ผมไม่อยากเป็นคนอื่น... เพราะโลกใบนี้มากมายไปด้วยคนอื่น

Image and video hosting by TinyPic

เธอคือใครกันนะ

 

January 10

ทุกอย่างนั้นใช้เวลา...

เค้าว่ากันว่า ... อ่านหนังสือสักเล่มต้องใช้เวลา
เช่นเดียวกัน เราคงไม่รู้จักใครสักคนได้ดีตั้งแต่วันแรก
 
เค้าว่ากันว่า ... อย่าตัดสินหนังสือดี ๆ แค่ปกมันสวย
เช่นเดียวกัน คนหน้าตาดี อาจจะไม่ใช่คนดีเสมอไป
 
เค้าว่ากันว่า .... คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเลย
ก็ใช่ว่าจะมีหนังสือเล่มแรกในชีวิตที่ชอบไม่ได้
เช่นเดียวกัน คนที่เราไม่คิดจะอยากรู้จัก
อาจจะเป็นคนที่ดีที่สุดในชีวิตเราก็ได้
 
เค้าว่ากันว่า ... การชอบหนังสือสักเล่ม
ไม่ได้หมายความว่าหนังสือเล่มนั้นเนื้อหาดีทุกหน้า
เช่นเดียวกัน การรู้สึกดีกับใครสักคน
ไม่จำเป็นว่าเขาต้องไม่มีข้อเสียอะไรเลย
 
เค้าว่ากันว่า ... อย่ารู้สึกเสียดายเวลา
กับการอ่านหนังสือบางเล่มจนจบ แล้วพบว่าเป็นหนังสือที่ไม่ชอบ
เช่นเดียวกัน จงรู้สึกดีกับการใช้เวลากับใครสักคนหนึ่งอย่างเต็มที่
แม้ว่าวันหนึ่งจะรู้ว่า เขาคนนั้นไม่ใช่เลยสักนิด
เพราะอย่างน้อย ต่อจากนี้ไป เราจะได้เลือกทางที่ถูกและคนที่ใช่ซะที
 
 

Image and video hosting by TinyPic

September 13

เพื่อนสนิท... ที่หายไป

 

คุณเคยมีเพื่อนสนิทสักคนไหม
คนที่มันบ้าๆ บอๆ แต่กล้าลุยกับคุณทุกสถานการณ์
ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องถูกหรือผิด...ถึงไหนถึงกัน

...เวลาที่คุณอยู่ใกล้มัน คุณเองก็บ้าบอไปกับมันด้วย
คุณกลายเป็นเด็กในร่างยักษ์ หลุดพ้นจากขอบเขต กฏเกณฑ์ต่างๆ
ในหัวของคุณเต็มไปด้วยจินตนาการ
โครงการร้อยแปดพันเก้าที่คุณจะทำกับมัน

...คนที่มีเรื่องเล่าสู่กันฟังไม่รู้จบ
คนที่คุณไม่ต้องคอยแคร์ความรู้สึกมันสักเท่าไหร่
มันทำให้คุณเป็นตัวของตัวเอง

...คนที่ค่อยๆ หายตัวไปในกาลเวลา
แต่แว๊บ..เข้ามาเสมอเวลาที่คุณอ่อนแอ...

...วันนี้…เพื่อนคนนั้นของคุณอยู่ที่ไหน
ยังอยู่ใกล้ๆ คุณอยู่หรือเปล่า คุณยังโทรหามันอยู่ไหม
มันยังบ้าๆ บอๆ อยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า

...หรือว่าคุณเองที่มีความบ้าในเลือดน้อยลง
คุณไม่เจอมันนานแค่ไหนแล้ว ไม่ได้มองตาคุยกันนานแค่ไหน
… นานแค่ไหนที่คุณไม่ได้สัมผัสเพื่อนของคุณอย่างเดิม
หรือคุณเองก็ลืมความรู้สึกเหล่านั้นไปแล้ว

ที่คุณไม่กล้าวิ่งไล่เตะมัน อย่าอ้างว่าคุณอายุมากขึ้น
ที่คุณไม่กล้าแย่งของกินจากมือมัน
อย่าอ้างว่าคุณมีมารยาท
คุณกลับไปเยี่ยมบ้านต่างจังหวัดโดยไม่ชวนมัน
อย่าอ้างว่าถึงชวนมันก็คงไม่ว่าง

...อะไรที่เปลี่ยนไป เวลา...หรือความรู้สึก...
สังคม...หรือความสัมพันธ์...อะไรที่เปลี่ยนแปลง
คุณ…หรือเขา...หรือใคร...คุณถามตัวเองหรือเปล่า
หรือรอให้ใครถาม
รู้สึกอย่างไรที่เขาเปลี่ยนไป แล้วเคยถามเขาไหม
เขารู้สึกอย่างไร...ที่คุณเปลี่ยนไป

หากเกิดคำถามเหล่านี้ขึ้นในใจ
ไม่ว่าคุณจะมีคำตอบหรือไม่
ไม่ว่าคุณจะต้องการคำตอบหรือเปล่า
ขอบเขตหรือกฏเกณฑ์ที่คุณไม่เคยมีกับเพื่อนคนนี้
มันเกิดขึ้นแล้วต่อหน้าต่อตาคุณ
แต่คุณก็ตอบกับตัวเองว่า ”ช่างมัน”
ปล่อยให้เพื่อนคนนึงกลายเป็นคนที่ไร้ตัวตนต่อไป

...แต่ถ้าคุณไม่เคยตั้งคำถามเหล่านี้เลย
รู้ไว้ด้วย คุณเสียเพื่อนดีๆ ไปคนนึง
และโลกนี้มีคนแปลกหน้าเพิ่มขึ้นมาอีกคน

ปล. คุณรู้ไหม ขณะที่คุณกำลังนั่งอยู่ตรงนี้
เพื่อนคนนั้นของคุณ...อาจจะถามตัวเองอยู่ก็ได้
ว่ามันทำผิดอะไร...มันจึงเลือนหายไปจากชีวิตคุณ

Image and video hosting by TinyPic

June 06

ชีวิตคือการเรียนรู้...

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
บางครั้งสัตว์ยังทำให้หัวใจเรา
อบอุ่นได้ดีกว่าคนเสียอีก


ฉันได้เรียนรู้ว่า...
ผู้หญิงทุกคนอยากได้รับดอกไม้กันทั้งนั้น
โดยเฉพาะเวลาที่ไม่ใช่โอกาสพิเศษ

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
ยากล่อมประสาทที่ดีที่สุด คือ สติสัมปชัญญะนั่นเอง

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
การได้นอนอยู่บนหญ้าเขียว
ไม่ว่าจะอยู่ในทุ่งแห่งใด
ก็ให้ความรู้สึกที่ดีได้ทั้งนั้น

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
การฟังเพลงเบาๆในยามที่เราเศร้าโศกนั้น
ช่วยบรรเทาความทุกข์ในใจให้เบาบางลงไปได้อย่างมากมาย

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
คุณหาเงินได้มากขึ้นได้
แต่ไม่สามารถหาเวลาเพิ่มได้

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
หากเราละเลยความผูกพันกับพ่อแม่แล้วไซร้
เราจะหวนให้คิดถึงท่านเจียนตายยามเมื่อท่านจากไป

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
ฉันรักพี่ชายของฉัน
เพราะเขามักจะอยู่เคียงข้างฉันเสมอ

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
อย่ากอดรัดลูกให้แน่นเกินไป
มันอาจจะกลายเป็นการทำร้ายลูกทางออ้ม

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
การได้รักและถูกรัก
เป็นความรื่นรมย์อันยิ่งใหญ่สุดในโลก

ฉันได้เรียนรู้ว่า....
คุณอาจรักใครบางคน
ทั้งๆที่ไม่ได้ชอบเขามากมายก็ได้

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เจ็บปอดยิ่งไปกว่าความเกลียดชัง
นั่นคือความเมินเฉย

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
แม้ฉันจะต้องเจ็บปวด
แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องอยู่อย่างเจ็บปวดเสมอไป

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
ความเอื้ออาทรนั้นสำคัญกว่า
ความเพียบพร้อมบริบูรณ์เสียอีก

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
การลืมสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้วนั้น
สำคัญพอกับการจดจำสิ่งที่ดีงามเอาไว้

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
การคาดเดานั้นมักจะเลิศหรู
กว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเสมอ

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
ฉันไม่อาจคาดหวังผู้อื่น
ให้แก้ปัญหาของฉันได้

ฉันได้เรียนรู้ว่า....
เมื่อสิ่งเลวร้ายผ่านเข้ามา
คุณจะปล่อยให้มันสร้างความขมขื่นใจให้คุณ
หรือใช้มันเป็นพลังทำให้คุณเข้มแข็งขึ้นก็ได้

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
ถึงเราจะเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้
แต่เราปล่อยให้มันผ่านไปได้

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
หากต้องการคำตอบที่ดี
ก็ควรถามคำถามที่ดีด้วย

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
ระดับความมั่นใจในตัวเองของคนคนหนึ่ง
จะเป็นตัวเองของระดับความสำเร็จของเขาด้วย

ฉันได้เรียนรู้ว่า....
อาจจะมีใครที่รักคุณอย่างจริงจังอยู่ก็ได้
เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะแสดงออกให้คุณรู้ได้อย่างไร

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
ในที่สุดแล้วผู้รับจะเป็นผู้แพ้
และผู้ให้นั่นแหละคือผู้ชนะ

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
การเรียนรู้ที่จะให้อภัยนั้น
ต้องการการฝึกฝน

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
คนเราไม่อาจเป็นวีรบุรุษได้
โดยไม่รู้จักการลงมือทำ

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
คล็ดลับของการเติบโตอย่างสง่าผ่าเผยคือ
อย่าหมดความกระตือรือร้นที่จะพบพาผู้คนและสถานที่ใหม่ๆ


ฉันได้เรียนรู้ว่า....
การซื่อสัตย์ต่อสิ่งเล็กน้อย
ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
สิ่งดีๆนั้น
มักจะเกิดขึ้นกับคนดีเสมอ

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
การจากเพื่อนที่ใกล้ชิดที่สุดนั้น
เป็นเรื่องยากกว่าที่ฉันเคยคิดเอาไว้มาก

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
การเยียวยารักษามิตรภาพที่บอบช้ำนั้น
ทำเมื่อไหร่ก็ไม่สาย

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
สิ่งที่จะทำให้เสียเพื่อนได้ดีที่สุดคือ
การให้เพื่อนยืมเงิน

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
ชีวิตจะเติมเต็มไม่ได้
หากปราศจากเพื่อน

ฉันได้เรียนรู้ว่า...
การที่จะรู้ค่าอะไรสักอย่างนั้น
คุณจะต้องขาดมันไปสักพักก่อน



... แล้วคุณล่ะ... ได้เรียนรู้อะไรที่ดีๆมาบ้าง ?


Image and video hosting by TinyPic

วันแรกของการเรียนการศึกษา

        เป้นไงกันบ้างค๊าฟ..........เพื่อนๆนักเรียนนักศักษา
การเรียนวันเเรกดำเนินไปอย่างเดิมๆๆไปอย่างเคยๆๆ
เหมือนกับทุกครั้งที่เป้นไป
โดยที่มีการเรียนแบบอย่างคนทั่วๆๆไป  การศึกษาเป้นสิ่งที่ทุกคนต้องการ
หรือเป้นเพิ่งการนำความรู้ไปประกอบอาชีพในอนาคต 
โดยต้องมีความขยัน อดทน เป้นเกณฑ์หลัก
ซึ่งเป้นรากฐานของการศึกษา ของอนาคตของชาติ
ของให้เพื่อนทุกคนตั้งหน้าเรียนนะค๊าฟ
 

Image and video hosting by TinyPic

May 04

จากวันที่เธอไม่อยู่...ความเงียบเหงาก็เข้ามาครอบงำจิตใจ

ลายมือก็ยังคุ้นอยู่ อ่านดูก็ยังคุ้นตา
ดีใจที่ได้รู้ว่า เจ้าของลายมือคือเธอ
เนิ่นนานเหลือเกิน ที่เราไม่ได้พบเจอ
วันนี้ได้เจออีกครั้งแค่เพียงจดหมาย

ใจความที่เธอถามใถ่ อ่านไปก็ยังตื้นตัน
เธอยังอ่อนโยนเหมือนเก่า ยังเหมือนที่เคยเป็นมา
เหตุผลมากมายที่ทำให้เราร้างลา และขอให้คืนกลับมา
เพื่อจำว่าเพื่อนที่ดีที่สุดคือเธอ

*แค่รู้ว่าเธอยังห่วง แค่เท่านั้นก็รู้สึกดี
และขอให้เธอโชคดี ฝากดูแลตัวเองเช่นกัน
วันเปลี่ยนและหมุนไป แต่ใจยังเป็นเมื่อวาน
ทุกๆอย่างในทุกวัน ยังเป็นเธอทุกลมหายใจที่เข้าออก

จากวันที่เธอไม่อยู่เก็บตัวคนเดียวเรื่อยไป
ยังคงไม่ชินเท่าไรที่ใช้ชีวิตลำพัง
กับความเหงาใจ ก็ยังต้องเรียนรู้มัน
แต่คงต้องมีสักวัน จะลงมือเขียนจดหมายเพื่อขอบคุณเธอ

 

(ซ้ำ *)วันเปลี่ยนและหมุนไป แต่ใจยังเป็นเมื่อวาน
ทุกๆอย่างในทุกวัน ยังเป็นเธอทุกลมหายใจที่เข้าออก

นานแค่ไหน ไม่ลืมเธอ

Image and video hosting by TinyPic

April 20

จดหมายถึงเด็กหญิงแสนไกล

ถึงเด็กหญิงแสนไกล....
                      
                     เป้นอย่างไรกันบ้างนะ ก้เพราะช่วงเวลาแห่งความรักในเทศกาลแห่งความรักนั้นได้ก้าวผ่านไปสู่วันเวลาที่มีค่ามากขึ้น  จนนำไปสุ่ความสุขมากขึ้นจนเติมเต็มความรู้สึกต่างๆๆที่ขาดหายไปได้ คงเป้นเพราะเธอที่แสนไกลคนนี้ ที่ค่อยอยู่เคียงข้างคนอย่างผมไปตลอดเวลา ถึงแม้เราทั้งสองคนนั้นอาจจะมีคำว่า"ระยะห่าง"มากีดกั้นไว้ก้ตามที แต่ก้ไม่อาจกั้นใจของเราที่สื่อถึงกันได้ ช่วงเวลาทุกวินาทีอาจไม่มีค่ามากนักสำหรับใครๆๆแต่สำหรับผมแล้ว ช่วงเวลาแค่นี้ก้ทำให้ผมมีความสุขมากเมื่อได้คิดถึงเธอ แม้บ้างครั้งถึงขั้นจินตนาการเป้นรูปหน้าเธอคนนั้น แม้ว่าเธอจะบอกและย้ำเสมอเวลาเธอไม่ใช่คนดีเท่าใดนั้น  แต่สำหรับผมแล้วเธอคือที่พิเศษสำหรับคนอย่างผมแล้ว ถึงใครจะมองเธอในแง่ร้าย แต่ในตัวคนหนึ่งๆๆซึ่งเป้นมนุษย์ ก็ย่อมมีทั้งด้านดีและไม่ดีควบคู่กัน ความรู้สึกในขณะมองออกไปนอหหน้าต่าง แล้วมองไปที่ท้องฟ้อันกว้างใหญ่ เป็นการปลุกความคิดถึงเธอที่แสนไกลคนนี้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งไม่มีคำๆไหนที่จะบอกภึงความรู้สึกที่มีค่ามากมายที่อยากจะบอกกัยเธอคนนี้  ผมคงทำได้เพียงมองดูท้องฟ้ากว้าง ยามคิดถึงเธอ